ระบบ SMS มีที่มาที่ไปอย่างไร ทำไมธุรกิจจึงต้องให้ความสำคัญ

SMS (Short Message Service) หากแปลเป็นภาษาไทยมีความหมายว่าการส่งข้อความสั้นๆ โดยการส่งข้อความผ่าน SMS นั้น เชื่อว่าหลายๆ คนคงรู้จักหรือคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี การส่ง SMS ในยุคแรกๆ ได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับบุคคลธรรมดาทั่วไปที่ใช้ในการติดต่อสื่อสาระหว่างกัน ซึ่งมันเข้ามาทดแทนการเขียนจดหมายหรือการส่งด้วยเพจเจอร์ ปัจจุบันการส่ง SMS นั้นกลับได้รับความนิยมน้อยลง เนื่องจากมีเทคโนโลยีหรือแพลตฟอร์มในโลกโซเชียลมีเดียต่างๆ เข้ามาทดแทนทำให้ผู้คนสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ผ่านช่องทางแชทเพียงแค่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ต

แต่ข้อเสียของการส่งข้อความผ่านช่องทางแชท คือ หากไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต ข้อความอาจส่งไปไม่ถึงผู้รับสาร ในขณะที่การส่ง SMS นั้น มีข้อดีก็คือสามารถส่งข้อความไปยังผู้รับสารได้ โดยไม่ต้องกังวลว่าข้อความจะตกหล่น หากผู้รับสารอยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีสัญญาณ เนื่องจากระบบ SMS จะมีการบันทึกข้อความไว้ และรอจนกว่าจะค้นพบสัญญาณอีกครั้งเพื่อทำการส่งข้อความไปจนสำเร็จ

SMS เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 30 ปีที่แล้วข้อความแรกในการส่ง SMS ก็คือคำว่า  “Merry Christmas” ซึ่งเป็นการส่งข้อความจากคอมพิวเตอร์ไปยังโทรศัพท์มือถือ โดย Neil Papworth เขาส่งข้อความให้กับ Richard Jaevis ผู้บริหาร Vodafine และนั่นคือจุดเริ่มต้นในการส่ง SMS ซึ่งในตอนแรกการส่ง SMS แน่นอนว่าย่อมมีเฉพาะข้อความที่เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น แต่ต่อมาไม่นานก็ได้มีการพัฒนาการส่ง SMS ที่สามารถรองรับหลายภาษา รวมถึง SMS ที่เป็นภาษาไทยด้วย ในปัจจุบันการส่ง SMS นั้นเป็นเรื่องที่ล้าสมัยแล้ว ซึ่งอย่างที่เราได้กล่าวไปในข้างต้นว่ามีเทคโนโลยีหรือแอพพลิเคชั่นต่างๆ เข้ามาทดแทนทำให้บุคคลทั่วไปสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ผ่านโปรแกมหรือแอพพลิเคชั่นแชทขอเพียงแค่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต

ถึงแม้ว่า SMS จะถูกมองว่าเป็นเรื่องที่ล้าสมัยสำหรับบุคคลธรรมดาทั่วไป แต่การส่ง SMS ในเชิงของธุรกิจนั้น เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก ซึ่งธุรกิจไม่ควรมองข้ามเป็นอันขาด การส่ง SMS มีข้อดีหลายอย่างสำหรับธุรกิจ เช่น สามารถสื่อสารได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องกังวลว่าสารเหล่านั้นจะตกหล่น มีต้นทุนต่ำ น่าสนใจมากกว่าการส่งอีเมลธรรมดา มีอัตรา Open Rate สูงถึง 98 เปอร์เซ็นต์ เป็นต้น จากเดิมที่ใช้วิธีการส่ง SMS ผ่านโทรศัพท์มือถือโดยส่งจากโทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่งได้ซึ่งเป็น ระบบ sms แบบเดิม แต่ปัจจุบัน มีการพัฒนามาเป็นการส่ง SMS ผ่านเว็บหรือที่เรียกว่า Bulk sms ซึ่งสามารถส่ง SMS ได้จำนวนมากหรือส่ง sms ไปยังเบอร์โทรศัพท์มือถือหลายๆ เบอร์พร้อมกัน ผ่านการจัดการระบบส่งเพียงแค่ครั้งเดียว ระบบนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่ออำนวยให้ธุรกิจสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วสะดวกและง่ายที่สำคัญคือมีต้นทุนที่ถูกกว่าด้วย

Related Post

สมัครงาน Engineer

อยากเรียนวิศวะ ต้องมีคุณสมบัติอย่างไรอยากเรียนวิศวะ ต้องมีคุณสมบัติอย่างไร

อาชีพวิศกร ต้องบอกว่าเป็นอาชีพที่มีความก้าวหน้าในหน้าที่การงานมากกว่าอาชีพอื่นด้วยซ้ำ เนื่องจากลักษณะของงานที่ได้เปรียบ แม้ไม่ได้ทำงานประจำ หรือเก็บเกี่ยวประสบการณ์มากพอแล้ว ก็ยังสามารถไปเปิดกิจการเป็นของตัวเองได้ ทำให้รายได้เพิ่มขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าทีเดียว ดังนั้นอาชีพของวิศวกร จึงได้เปรียบกว่าอาชีพทั่วไปหลายเท่า  และหากใครที่กำลังอยากรู้ว่าเราต้องการเรียนวิศวะหรือไม่ หรือจบมาแล้วจะสมัครงาน Engineerหรือไม่ ก็อยากจะให้ดูคุณสมบัติของการเป็นวิศวกรเสียก่อนว่าต้องประกอบด้วยคุณสมบัติอย่างไร จึงจะเป็นวิศวกรที่ดีได้ โดยเราก็รวบรวมข้อมูลเอาไว้ให้หมดแล้ว น่าจะทำให้คุณตัดสินใจได้ง่ายกว่าเดิม  คุณสมบัติของการเป็นวิศวกร  1.มีความถนัดทางด้านคณิตศาสตร์  อย่างแรกคนที่จะเรียนวิศวได้ ต้องจบการศึกษาในระดับมัธยมสายวิทย์คณิตก่อน และต้องเป็นคนที่มีความถนัดในด้านการคิดคำนวณเป็นพิเศษ เพราะการเรียนวิศวะจะต้องเจอกับการคำนวณ และตัวเลขจำนวนมากอยู่แล้ว อย่าเรียนตามเพื่อนอย่างเดียว หากเราไม่ได้มีความถนัดจริง เวลาเรียนอาจจะเกิดปัญหาได้  2.มีความคิดสร้างสรรค์  งานของวิศวกรจะเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบด้วย เช่น การออกแบบโครงสร้างต่างๆ ออกแบบบ้าน

3 ความสำคัญของบริษัท ตกแต่ง ภายใน ทำไมถึงต้องมีบริษัทเหล่านี้3 ความสำคัญของบริษัท ตกแต่ง ภายใน ทำไมถึงต้องมีบริษัทเหล่านี้

แน่นอนว่าบริษัทตกแต่ง ภายใน นั้นหลาย ๆ คนอาจจะมองว่าไม่จำเป็นก็ได้นะครับ เนื่องจากเป็นบริษัทที่มีงานคล้าย ๆ กับภายนอก ใช้ช่างภายนอกมาเพื่อตกแต่งเลยทีเดียวก็ได้ ใช่ครับงานของภายนอก และ ภายใน อาจจะเหมือนกัน แต่ในความเหมือนกับความแตกต่างที่หลากหลาย ด้วยเช่นกันดังนั้นเราจะมาดูกันว่าบริษัท ตกแต่ง ภายใน ทำไมถึงมีบริษัทเหล่านี้ขึ้นมา งานภายใน และ ภายนอก ใช้ความรู้ที่แตกต่างกัน ใช่ครับ สิ่งสำคัญอย่างแรกที่สำคัญเลยนั้นคือ “ความแตกต่างในด้านความรู้” โดยการออกแบบภายใน (Interior design) นั้นจะใช้ความรู้จากการออกแบบภายนอกอย่างสิ้นเชิง โดยจะคิดถึงหลากหลายปัจจัยด้วยเช่นกันไม่ว่าจะเป็นแสงเข้าทางไหน

ของเล่นเด็ก

แนะนำของเล่นที่เหมาะกับเด็กแต่ละวัยแนะนำของเล่นที่เหมาะกับเด็กแต่ละวัย

เด็กกับของเล่น เป็นของที่เกิดมาคู่กัน สำหรับของเล่นเด็กนอกจากจะเป็นการให้เด็กได้สนุกกับกิจกรรมการเล่นแล้ว ยังเป็นการช่วยเสริมพัฒนาการให้เด็กด้วย ซึ่งงานวิจัยก็บอกเอาไว้เช่นกัน ว่าเด็กที่ได้เล่นของเล่น จะมีพัฒนาการที่สมบูรณ์ในทุกด้าน ของเล่นเด็ก จึงเป็นสิ่งที่ควรหาให้เด็กทุกคนได้เล่น   แต่ของเล่นจะมีประโยชน์สูงสุดกับเด็กได้นั้น จะต้องเป็นของเล่นที่เหมาะสมกับเด็กในแต่ละวัยก่อน เพราะของเล่นบางอย่างถ้าเลือกไม่เหมาะ ก็จะไม่เกิดผลอะไร มาดูกันว่าวิธีการเลือกของเล่นให้เหมาะกับเด็กแต่ละวัยนั้นเลือกอย่างไร  การเลือกของเล่นสำหรับเด็กในแต่ละวัย  1.เด็กแรกเกิดถึงสามเดือน  ของเล่นที่เหมาะสมกับเด็กในวัยนี้ ควรจะเป็นของเล่นที่กระตุ้นประสาทสัมผัสทั้ง 5 ของเด็ก อย่างเช่นโมบายสำหรับแขวนเอาไว้บนเตียง การร้องเพลงกล่อมของพ่อแม่ให้ลูกฟังก่อนนอน หรือการพูดคุยกับเด็กเพื่อเป็นการสร้างการรับรู้ให้กับลูกน้อย ของเล่นที่เหมาะสมที่สุดคือเป็นของเล่นที่สามารถเคลื่อนไหวได้ และมีเสียงขณะเล่นจะดีที่สุด  2.เด็ก 4-6 เดือน  เด็กในวัยนี้จะเริ่มมีการเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัวแล้ว จะรู้จักสังเกต จดจำได้บ้าง ดังนั้นของเล่นที่เหมาะกับเด็กในวัยนี้ก็คือ ของเล่นที่เป็นโยกเยก